อาหารกลางวัน สร้างสรรค์คุณภาพชีวิตเด็กไทย

0728

โครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษาเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2495 จากความตระหนักของรัฐบาลที่มุ่งแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการในเด็ก เพื่อส่งเสริมให้เด็กทุกคนได้รับอาหารอย่างถูกต้องตามหลักโภชนาการ  โดยจัดสรรงบประมาณในลักษณะเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้โรงเรียนดำเนินการจัดอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนได้รับประทาน และมีการตราพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา  จัดสรรงบประมาณให้แก่โรงเรียน ผ่านทางองค์กรปกครองท้องถิ่นร้อยละ 30 ของนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษาถึง ป.6 คนละ 6 บาท ต่อวัน และปรับเพิ่ม เป็น 10 บาท   ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2553  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้นักเรียนทุกคน ตั้งแต่เด็กเล็ก  อนุบาล – ชั้น ป.6 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณอาหารกลางวัน เต็ม 100%  ในอัตราคนละ 13 บาท ต่อวัน   และปรับเพิ่มให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจเป็น 20 บาท ต่อคนต่อวัน ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2257 เป็นต้นมา

นายสมดุลย์ ดีรัมย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเขตการทางสงเคราะห์ 5 (ไตรคามสิทธิศิลป์) โรงเรียน ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 กล่าวว่า “…โรงเรียนของเราเป็นโรงเรียนในเขตชานเมือง ผู้ปกครองนักเรียนส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างรายวัน ฐานะยากจน อาหารกลางวันจึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่โรงเรียนให้ความสำคัญ เพื่อให้นักเรียนทุกคนได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างน้อย 1 มื้อ ในทุกวันที่เขามาโรงเรียน  ปีการศึกษา 2558  โรงเรียนได้รับจัดสรรงบประมาณอาหารกลางวันนักเรียนชั้นอนุบาล 1-ประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 404 คน คนละ 20 บาท ต่อวัน  ส่วนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ได้รับงบปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน จำนวน 30 คน  จากจำนวนนักเรียนทั้งหมด 103 คน  แต่โรงเรียนจัดอาหารกลางวัน ให้นักเรียนได้รับประทานครบทุกคน ด้วยการบริหารงบประมาณรายหัวคนละ 20 บาท ของนักเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาวะที่ดีของนักเรียนมากที่สุด..”

คุณครูดุษฎี ครรภาฉาย หัวหน้าโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียน ซึ่งเป็นครูคหกรรมและได้เข้ารับการอบรมเกี่ยวกับสุขาภิบาลอาหารกลางวัน  เป็นผู้กำหนดรายการอาหารกลางวันแต่ละวัน โดยพยายามจัดให้ถูกหลักโภชนาการ ให้นักเรียนได้รับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบ 5 หมู่ มีประโยชน์ต่อร่างกาย  มีอาหารว่างให้นักเรียนทุกคน สัปดาห์ละ 2 วัน เป็นผลไม้ตามฤดูกาลและขนมไทย สับเปลี่ยนกันไป    โดยโรงเรียนจ้างแม่ครัวประจำ 1 คน และมีครูเวรวันละ 1 คน ผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลการทำอาหารให้นักเรียนทุกวัน

รายการอาหารในแต่ละสัปดาห์ จะมีอาหารที่ประกอบจากไข่อย่างน้อย 2 วัน  วันอื่นๆ ก็จะผัก มีเนื้อสัตว์ ให้นักเรียนได้รับประทานอย่างพอเพียง และเลือกรายการอาหารที่มีรสชาติหลากหลายเพื่อให้นักเรียนไม่เบื่อ เช่น ต้มยำไก่ แกงจืดฟักเขียว ก๋วยเตี๋ยวหมู ข้าวมันไก่ ข้าวผัดอนามัย ฯลฯ  วันไหนที่เป็นอาหารประเภทแกง ก็จะทำอาหารที่ไม่เผ็ด เฉพาะนักเรียนอนุบาลอีกอย่างหนึ่ง

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาจะมีหน้าที่ผลัดเปลี่ยนกันมาช่วยเตรียมเครื่องปรุงต่างๆ ล้างผัก หั่น ซอยเพื่อเป็นการเรียนรู้เรื่องการทำอาหาร และฝึกให้นักเรียนได้มีจิตสาธารณะในการช่วยเหลืองานของส่วนรวม เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว นักเรียนทุกคนต้องล้างจานของตนเอง โดยมีคุณครูคอยดูแล  รวมทั้งนักเรียนอนุบาล ฝึกการทำงานบ้าน การช่วยเหลือตนเอง แต่จะมีพี่เลี้ยงเด็กมาเก็บล้างให้อีกครั้ง เพราะเด็กยังเล็กอาจทำได้ไม่สะอาดเท่าที่ควร

แม้ในบางช่วงที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดสรรงบประมาณมาให้ไม่ทัน  โรงเรียนจะนำเงินส่วนอื่นมาสำรองจัดทำอาหารให้นักเรียนไปก่อน  เพราะเห็นว่าเด็กจำเป็นต้องได้รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการทุกวัน  งบประมาณ 20 บาท ต่อคนต่อวันอาจจะไม่มาก  แต่ถ้ามีการบริหารจัดการที่ดี  ไม่ต้องใช้วัตถุดิบที่มีราคาแพง ก็สามารถจัดทำอาหารที่ถูกหลักโภชนาการให้นักเรียนได้รับประทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของนักเรียนทุกคน

ศากุน  ศิริพานิช…รายงาน

Advertisements